Photo by zero take / Unsplash

2022 Year In Review

Personal Jan 1, 2023

บันทึกเรื่องราวของปี 2022 ผ่านข้อความ ในทุกๆปี ผมมักจะชอบอ่าน Year In Review, Year Resolution ของคนอื่นๆ รวมถึงของตัวผมเองด้วย มันทำให้เราได้ตระหนักอะไรหลายๆอย่าง (ของผมเอง หลายปีมานี้ ผมเขียนไว้แต่ไม่ได้ Public)

ถึงแม้บางครั้ง มักจะเจอข้อความว่า เป็นปีที่ลำบาก เป็นปีที่ไม่ดี เป็นปีที่ดีที่สุด ปีที่แย่ที่สุด เหมือนๆกันหมดทุกปี แต่มันก็มีจุดที่แตกต่างในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่นกัน 🤣

ผมมองว่าเรื่องที่ว่าเป็นปีที่ดี เป็นปีที่แย่ มันก็น่าจะมีเรื่องราวทุกอย่างปนๆกัน ทุกๆปีอยู่แล้ว เหมือนอย่างชีวิตคนเรา มันก็มีทั้งช่วงเวลาที่ดี ช่วงเวลาที่แย่ ทุกข์ สุข สมหวัง ผิดหวัง ปนๆกันไป นี่แหละชีวิต ฉะนั้นในแต่ละปี การที่เราเห็นทุกคน จะมีเรื่องดี เรื่องแย่ มันก็เป็นปกติอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องที่เราอยากทำ หรือสิ่งที่จะทำแล้วทำไม่สำเร็จ เพราะคนเราเกิดมาย่อมมีกิเลส มีความอยากนู้นอยากนี่ เป็นของธรรมดา

ทีนี้ การที่เราได้เขียนสรุปชีวิตที่ผ่านมาใน 1 ปีมันช่วยอะไรเราบ้าง?

  • มันทำให้เราได้ทบทวนตัวเอง มองย้อนไปดูว่า เป้าหมายที่เราเคยตั้งไว้ เราทำได้มั้ย?
  • ถ้าเป้าหมายเรายาวๆ ไม่ใช่แค่ปีต่อปี เราเข้าใกล้เป้าหมายเรามากแค่ไหน?
  • เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ปรับปรุง และพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวอะไรบ้าง?

  1. 🙍‍♂️ ต้นปี รู้สึกน่าจะอยู่ในสภาวะซึมเศร้า หรือเบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร (น่าจะลากยาวมาจากปีที่แล้ว) ผมตัดสินใจลาออกจากงานตั้งแต่ Q2 ปีที่แล้ว เพราะรู้สึกทำงานไม่ได้ ไม่มีสมาธิ เบื่อหน่ายไปหมด เลยออกมาอยู่เฉยๆ แบบไม่ได้ทำอะไร ไม่มีรายได้ เรียกได้ว่า ใช้ชีวิตไปวันๆ ตื่นมาเล่นเกม ดู Youtube อ่านการ์ตูน เปิดเว็บ อ่านอะไรไปเรื่อย จนเริ่มรู้สึกว่า ทำพวกนี้มันเริ่มเบื่อขึ้นเรื่อยๆ
  2. 💡 ผมเริ่มกลับมามีไฟ มีไอเดีย อยากที่จะหาความรู้เพิ่มเติม โชคดีหน่อย คือมันเป็นช่วงเดือน สองเดือนแรกของปีพอดี ทำให้ช่วงนั้น เราได้ตั้งเป้าหมาย ว่าอยากเก่งขึ้นในเรื่องอะไร? ได้พัฒนาตัวเอง แม้ว่าจะยังมีสภาวะที่เบื่อหน่าย แต่มันก็ค่อยๆ น้อยลง แปรผันกับช่วงเวลาที่เราหาความรู้เพิ่มเติม
  3. 💻 กลับมาเริ่ม Re-Skill ตัวเอง พบว่า เพียงแค่ทิ้งไป 6 เดือน พวกทักษะการเขียนโปรแกรม หรือพวก Tech อะไรหลายๆอย่าง ก็ลืมเหมือนกัน ใช้เวลารื้อฟื้น 1 เดือน พร้อมกับค่อยๆ ทบทวน + เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ที่สนใจไปพร้อมๆกัน
  4. 💻 ช่วง 3 เดือนแรก นั่งทบทวน นั่งอ่าน Research ทุกวัน เพราะว่าอยากทำ Challenge #100DaysOfCode ให้สำเร็จด้วยแหละ และก็ผ่านไปได้ด้วยดี
  5. 💼 เริ่มกลับมาทำงานประจำอีกครั้ง (เริ่มเดือนมีนาคม) หลังจากที่หยุดพักไปนาน แม้ว่าถ้าพูดตามตรง คือ ยังไม่ได้รู้สึกสนุกกับงานเท่าไหร่ ถามว่าทำได้มั้ย ทำได้ ขนาด Launch Product หรือทำ feature ใหม่ๆเสร็จ ก็ยังเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรมากมาย รู้แค่ว่าทำงานเสร็จ 😅
  6. 🏠 ผม WFH 100% ที่ห้อง มี PC 1 เครื่อง Macbook ทำงาน 1 และ Macbook ส่วนตัว 1 ต่อจออีก 1 ทำให้โต๊ะทำงาน มันเป็นที่ที่ผมอยู่กับมันมากที่สุดในปีที่ผ่านมา (เฉลี่ยน่าจะ 13-15 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว) ถามว่าผมเคยนั่งเล่นเกมในเวลางานมั้ย ก็เคย แต่สิ่งสำคัญผมว่าอยู่ที่การบริหารเวลามากกว่า และความรับผิดชอบตัวเอง คือถ้าเราทำได้ เราจะแบ่งเวลา มาพักบ้าง เล่นเกมบ้าง ผมคิดว่ามันช่วย refresh ตัวเองได้ดีกว่า ผมทนทำงานทั้งวัน แต่ไม่ได้ประสิทธิภาพ สู้ทำงานน้อยลง ได้พักผ่อน แต่ได้งานดีกว่า ไม่ดีกว่าหรอ เพราะสาย Software ส่วนตัวผมมองที่ความรู้ วิธีคิดและวิธีการทำงาน มากกว่าการนับชั่วโมงการทำงาน
  7. 🎨 ต้นปี ได้ลองซื้อ NFT ครั้งบน Opensea ก็พยายามสนับสนุนศิลปินคนไทย จริงๆแล้วแม้จะรู้ว่าซื้อไปแล้ว ไม่น่าขายได้ เราก็ซื้อไปเล่นๆ ครับ ส่วนนี้ไม่ได้คิดมาก บางครั้งเราก็อยากให้คนเหล่านั้นที่เค้ารักในสิ่งที่ตัวเองทำ มีกำลังใจในการทำต่อๆไปได้
  8. 📦 เป็นปีที่ได้เป็น Blockchain Developer เต็มตัว ได้ขึ้นโปรเจ็ค Production จริงๆ 2-3 โปรเจ็ค ถามว่าแตกต่างจากระบบปกติมั้ย ความต่างคือ ค่อนข้างกดดัน เพราะต้องมั่นใจในโลจิคของโค๊ดเรา และห้ามผิดพลาดเลย
  9. ❤️‍🩹 สุขภาพแย่มากที่สุดปีนึง เพราะหลังจากตรวจสุขภาพประจำปี พบว่า ไขมันสูงและความดันสูงครับ ได้ยามารับประทานไปตามระเบียบ (ตรวจตอนตุลาคม) ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าเราจะควบคุมได้อย่างไร ขั้นแรกยังไงก็ต้องลดน้ำหนักด่วนๆ ครับ ฮ่าๆ เป้าหมายคือ อย่างน้อย 10-15 kg
  10. 🌐 ได้เรียนออนไลน์มากที่สุดหลังจากเรียนครั้งสุดท้ายก็คือที่มหาวิทยาลัย ผมเป็นคนนึงที่ไม่ค่อยชอบเรียน ไม่ชอบการฟัง การบรรยายเท่าไหร่ อยากรู้อะไร ก็ค้น Google อ่าน Docs และลองผิดลองถูกไปเลย เพราะมันรวดเร็วทันใจ พอปีนี้ ได้ลองมาตั้งใจนั่งเรียนจริงๆ จังๆ ถามว่ามันเสียเวลามั้ย ก็มีบ้าง แต่สิ่งที่ได้มาคือมีหลายๆเรื่องพื้นฐาน ที่เรามองข้ามไป และอีกเหตุผลนึง คือ การดูผู้สอน ว่าเค้ามีเทคนิคการสอนอย่างไร เค้าเตรียมตัว เตรียมเนื้อหากันอย่างไร นั่นเอง
  11. ⚽️ กลับมาซ้อมฟุตบอลจริงๆจังๆ ช่วงปลายๆ ปีแล้ว แม้ว่าอายุจะเยอะ เทียบกับนักฟุตบอล ก็คงจะช่วงปลายอาชีพแล้ว ใกล้จะแขวนสตั๊ด (แต่ถ้าเทียบกับ Ronaldo หรือ Messi ผมก็น่าจะเล่นได้อีกหลายปีอยู่ ฮ่าๆ) และก็ลองพยายามทำ Challenge ฝึกซ้อม 30 วัน คือหาวันเล่นให้ได้ 3-5 วันต่อสัปหาห์ วันละชั่วโมง ตอนนี้ทำไปได้ 15 วันแล้ว ช่วงหลังๆ คือ ผมขี้เกียจพกกล้องไป แถมแต่ละวัน มันก็คล้ายๆกัน ไม่เห็นความแตกต่าง บางวัน ก็อยากแค่ออกกำลังกาย อยากเตะบอลแค่นั้น
  12. 💰 ขาดทุนกำไรทิพย์จาก Crypto (แต่ถ้าเทียบกับเงินที่ลงทุน ก็ยังกำไรอยู่เล็กน้อย โชคดีที่ผมซื้อไว้ ทั้งแต่ 2-3ปีก่อน รวมถึงของปี 2021 ที่มันขึ้นมาแบบบ้าๆ บอๆ) แอบเสียดายนิดๆ ที่กำไรที่เราได้มา ไม่ได้เอาไปต่อยอด แต่กำไรที่ได้หายไปเกือบหมด จากหลายๆ เหตุการณ์ของ Crypto ในปีที่ผ่านมา (FTX) แต่อย่างน้อย เราก็ยังอยู่รอดแฮะ ฮ่าๆ
  13. 🎮 ปีนี้ได้เล่นเกมเยอะเหมือนกัน (แต่ไม่เท่าปี 2021 ช่วงที่ว่างงาน และ Burn out สุดๆ) ไม่ได้ซื้อ PS5 แต่ว่าเล่นบน PC ซะส่วนใหญ่ เกมที่เล่น ก็มีหลักๆ Football Manger 202x, Cities Skylines, Assassin's Creed และก็ Elden Ring แต่ละเกม ก็กินเวลาชีวิตไปเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะ FM และ CS ที่มันไม่มีวันจบ ฮ่าๆ
  14. 📱 ปีนี้เล่น Social Media น้อยลงมากๆ เหลือแค่ Twitter ที่ยังเอาไว้อ่านข่าว Tech / Programming / Crypto ต่างๆ อยู่ ส่วน Facebook แทบไม่เจอข่าวที่ผมสนใจเท่าไหร่ หลังๆ ก็คือแค่เอา Messenger เปิดไว้คุยกับเพื่อนๆ แค่นั้น กลายเป็นว่า Facebook Page ของ Devahoy ก็ไม่ได้อัพเดทด้วยเช่นกัน เพราะไม่ได้เข้าแอพ เข้าเว็บเลย ข้อดีคือ เอาเวลาไปโฟกัสเรื่องที่เราสนใจ และก็แทบจะไม่รูสึกว่า Social Media มีความจำเป็นเลย (ผมสามารถอยู่ได้ทั้งวัน โดยไม่แตะโทรศัพท์)
  15. 📚 พบว่าหนังสือที่ซื้อมาเป็นเล่มกระดาษ ยังอยู่บนชั้นหนังสือแบบไม่ได้แตะเลย หลังๆ มานี้ผมอ่านบน Kindle บ้าง เปิด iPad อ่านบ้าง และส่วนใหญ่ก็อ่านจากบนเครื่อง Macbook ที่เราใช้ทำงานเลย ทั้งแบบ Ebook และแบบ Document ออนไลน์ มันสะดวกกว่าการพกหนังสือ ทำให้หนังสือแบบเป็นเล่มกระดาษ เหมือนจะถูกละเลยไปเลย
  16. 👁️ วางแผนว่าจะไปทำเรสิก แต่ก็ยังไม่ได้ทำ จริงๆ ยังสั้นไม่เยอะมาก ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้ใส่แว่น (มองไม่เห็นจนชินไปแล้ว ไม่ได้มีปัญหาในการใช้ชีวิต) ใส่บ้างนานๆที + ตอนที่นั่งทำงานหน้าจอคอม ทีนี้ มันมีปัญหาอย่างเดียวคือ เวลาไปเตะฟุตบอล แล้วมองเพื่อนร่วมทีมไม่ชัด หรือมองประตูฝั่งตรงข้ามไกลๆ ก็จะไม่เห็นชัด 100% เวลาส่งบอลให้เพื่อน ก็ต้องมองสีเสื้ออย่างเดียว ก็เลยชั่งใจอยู่ว่าจะทำดีมั้ย
  17. 💰 เป็นปีแรกที่ลองซื้อกองทุน ถ้าจำไม่ผิด (ก่อนหน้าเคยซื้อแค่ LTF/SSF และก็หุ้นปกติ) ไม่เคยสนใจกองทุนเลย เพราะรู้สึกว่าอยากเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม (ส่วน LFT/SSF เข้าใจได้ เราซื้อเพราะเป้าหมายหลักคือลดหย่อน) พอมาคิดอีกที เราก็สามารถเลือกกองทุนที่เค้าลงในตัวที่เราสนใจได้นี่นา
  18. ✍️ ยังคงพยายามเขียนบล็อกในสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ อยู่เรื่อยๆ ที่ https://devahoy.com แม้ว่าบางช่วงจะยุ่งๆ ไม่มีเวลาก็ตาม (ช่วงครึ่งปีแรก มีเวลาเขียนเยอะ) ช่วงครึ่งปีหลัง งานเยอะมาก เลยทำให้เขียนได้น้อย แม้ว่าจะเสียเวลาในการเขียนก็ตาม ผมก็ยังพบว่า มันทำให้ผมได้เรียนรู้ ได้ทบทวนตัวเอง
  19. 📝 ต่อจากข้อบน ผมพยายาม Learn In Public และก็จดบันทึกสิ่งที่เรียนรู้ เอาไว้เป็นคล้ายๆ Digital Garden /​ Second Brain อะไรแนวๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องสวยหรู แค่จดไว้ให้เราอ่านก็พอ ส่วนใหญ่ก็อัพไว้ Github และก็เว็บ https://0xChai.io บางส่วนก็ยังเป็น Private ก็มี เก็บไว้ใน Notion / Bear
  20. 🎨 ผมวางแผน ซื้อ iPad Pro มาไว้ใช้เล่นๆ เผื่อหัดวาดรูปเล็กๆน้อยๆ ผ่านแอพ Procreate จนแล้วจนรอด วาดไปทั้งหมดไม่น่าเกิน 3 ครั้ง และตัว iPad ก็แทบไม่ได้ใช้เลย เรียกว่าซื้อมาเสียดาย ยังดีที่ช่วง Q4 ของปี เอามาใช้เรียนภาษา และก็จดโน๊ตบ้าง (ไม่ได้เขียนนาน ใช้แต่พิมพ์ มื้อไม้อ่อน เลยต้องออกกำลังกายนิ้วบ้าง)

จบละ นึกออกเท่านี้

ส่วนเป้าหมายปี 2023 มีสิ่งที่จะทำเพียบเลย (แต่เป้าหมายหลักเลือกโฟกัสแค่ 1 อย่าง) เดี๋ยวลองมาดูของปีหน้า ว่าจะเป็นยังไง ❤️

Tags

Chai Phonbopit

Frontend Dev ธรรมดาคนนึง ประสบการณ์ 10 ปีนิดๆ ปัจจุบันกำลังสนใจเรื่องของ Crypto, Web3, Blockchain และ Smart Contract กำลังหัดเรียนรู้ยามว่าง 👻